ไทยเจน-วาย ดอทคอม

เว็บไซต์ ข่าวสารการบ้านการเมือง เรื่องราวน่าสนใจ
ติดตามอัพเดทได้ที่นี้


ข่าวเด่น

Published on April 10th, 2019 | by uadmin

0

แก้ปัญหาระบบอาวุโสแบบธนาธร เลิกใช้สรรพนาม “พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา”

แก้ปัญหาระบบอาวุโสแบบธนาธร เลิกใช้สรรพนาม “พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา”

ขอบคุณ https://mgronline.com/politics/detail/9620000035349

ในสังคมไทยนิยมใช้คำเรียกญาติ กับผู้ไม่ได้เป็นญาติด้วย เช่น เรียกบิดามารดาของเพื่อนว่า “พ่อแม่” เรียกเพื่อนของพี่ว่า “พี่” เรียกเพื่อนร่วมงานว่า “พี่” “น้อง” เรียกบริกรตามร้านอาหารว่า “น้อง” ตลอดจนคนอื่นๆ ในอีกหลายๆ สถานการณ์ ซึ่งนับว่า เป็นการขยายคำเรียกญาติ ไปสู่บุคคลสถานภาพต่างๆ ในสังคม

ความจริงในโลกนี้ การเรียกนับญาติกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่ใช่ญาติก็เห็นได้บ่อย ๆ อย่างในหนังอเมริกัน คำว่า son (ไอ้ลูกชาย) bro/bros (พี่ชาย/น้องชาย) ตลอดจนการเรียกนักบวชในศาสนาคริสต์ว่า father (คุณพ่อ-บาทหลวง) sister (พี่สาว-แม่ชี) brother (ภราดา) ก็ไม่ต่างกับที่เราใช้ หลวงพ่อ หลวงพี่ แม่ชี

โดยเฉพาะในโลกตะวันออก (ที่เรามักได้ยินคำว่า Asian Values หรือคุณค่าแบบเอเชีย) มีลำดับชั้นทางสังคมแนวดิ่งที่ซับซ้อน ค่านิยมเคารพผู้ที่อาวุโสกว่า ทั้งโดยอายุและสถานะทางสังคม คำสรรพนามจึงมีความซับซ้อน รวมถึงการเรียกคนแปลกหน้าด้วย

ในอดีต พระอานนท์ก็เรียกหญิงชาวบ้านคนหนึ่งว่า น้องสาว หรือเมื่อครั้งผมไปเที่ยวอินเดีย พระภิกษุไทยที่ศึกษาอยู่ที่นั่น คุยกับหญิงอินเดียคนหนึ่งด้วยภาษาท้องถิ่น แล้วท่านก็แปลให้ฟังว่าท่านเรียกหญิงคนนั้นว่า คุณแม่

หรือประเทศในกลุ่มวัฒนธรรมขงจื๊อ คนจีน คนเกาหลี ก็เรียกคนแปลกหน้าด้วยการนับญาติทั้งนั้น คนไทยคุ้นเคยคำว่า อากง อาม่า เฮีย ตี๋ เจ๊ หมวย ฯลฯ ที่มีที่มาจากภาษาแต้จิ๋ว หรือยุคนิยมเกาหลีในตอนนี้ เวลาดูซีรีส์หรือรายการเกาหลี ก็จะพบคำว่า โอปป้า (ใช้สำหรับผู้หญิงเรียกพี่ชาย) ฮยอง (ใช้สำหรับผู้ชายเรียกพี่ชาย) ออนนี่ (ใช้สำหรับผู้หญิงเรียกพี่สาว) นูนา (ใช้สำหรับผู้ชายเรียกพี่สาว) เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้คงมีที่มาตั้งแต่สมัยสังคมชนเผ่า (ไม่ต่างจากฝูงของสัตว์) ที่คนในเผ่าก็เป็นเครือญาติกันหมด (หมู่บ้านในชนบทสมัยไม่กี่สิบปีก่อนก็ยังคงลักษณะเช่นนั้น)

ในบ้านเรา ยังมีรากฐานสังคมผู้หญิงเป็นใหญ่ (Matriarchy) เพราะดั้งเดิมในสังคมเกษตรกรรมผู้ชายในภูมิภาคนี้แต่งงานเข้าบ้านผู้หญิง (วิวาห์/วิวาหะ เนี่ยก็แปลว่าการแต่งงานที่ผู้ชายแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงนะครับ ถ้าผู้หญิงแต่งเข้าบ้านผู้ชายที่จริงต้องใช้ว่า อาวาหะ) จึงนับญาติทางฝ่ายหญิงเป็นหลัก

ดังนั้น สังคมไทยจึงมักเรียกคนแปลกหน้าด้วยการใช้คำเรียกญาติข้างแม่ (เพราะเด็กโตมาบ้านญาติข้างแม่) เช่น คำว่า ตา ยาย น้า มากกว่าจะใช้คำว่า ปู่ ย่า อา

และการเรียกพระภิกษุแปลกหน้า เราเลือกใช้คำเรียกญาติข้างแม่มาประกอบมากกว่า เช่น หลวงตา หลวงน้า (หลวงอาแทบไม่เคยได้ยินยกเว้นท่านเป็นอาเราหรือสนิทกับพ่อเรา) อันนี้กล่าวเฉพาะคำที่แยกญาติข้างแม่ข้างพ่อได้ชัดเจน

หลวงปู่ พ่อปู่ ปู่ครู ให้ความรู้สึกในแง่ความศักดิ์สิทธิ์ความเคารพอย่างยิ่งยวด ต่างจากหลวงตาที่เราเรียกแบบญาติผู้ใหญ่เป็นการเรียกให้ความสนิสนม

สุดท้าย ในตอนนี้ ไม่มีคำไหนเป็นที่นิยม และทรงพลังยิ่งใหญไปกว่าคำว่า “ลุง” แน่นอน เพราะทุกวันนี้ เราก็เรียก ลุงตู่ ๆ กันแทบทุกวัน

ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ได้เขียนบทความว่า

คำสรรพนามในภาษาไทยสะท้อนวัฒนธรรมไทย

ดังนั้นการใช้คำสรรพนามว่า “พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา”

จึงเป็นจารีตของชาติบ้านเมืองมาช้านาน

ควรแล้วหรือที่ ตี๋ ธนาธร จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข

ประวัติศาสตร์ชาติไทยมีมายาวนานร่วมพันปี

ทำอะไรต้องถามคนที่ไม่เลือกคุณด้วย

จึงจะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

 

ที่มา : http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion/2019/04/10/entry-1

26 total views, 1 views today


About the Author



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to Top ↑