ไทยเจน-วาย ดอทคอม

เว็บไซต์ ข่าวสารการบ้านการเมือง เรื่องราวน่าสนใจ
ติดตามอัพเดทได้ที่นี้


Published on December 16th, 2018 | by uadmin

คุม “ธาริต” เข้าเรือนจำ หลังศาลสั่งคุก 1 ปีไม่รอลงอาญา ฐานหมิ่น “สุเทพ” คดีโรงพักฉาว

MGR Online – ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก “ธาริต เพ็งดิษฐ์” อดีตอธิบดีดีเอสไอ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นประมาท “สุเทพ” ปมโรงพัก 396 แห่ง หลังอ่านคำพิพากษาเจ้าหน้าที่นำตัวเดินทางไปเรือนจำทันที

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (14 ธ.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดีของศาลฎีกา ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีหมายเลขดำที่ อ.495/2556 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตเลขาธิการ กปปส. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328

คดีนี้นายสุเทพโจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2556 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 21 ม.ค. – 4 ก.พ. 2556 นายธาริตขณะดำรงตำเเหน่งอธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าวข่าวผ่านสื่อมวลชนกล่าวหาว่านายสุเทพ โจทก์ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้สั่งการไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่งเป็นรายภาค ตามที่ สตช.เสนอ แต่กลับให้รวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียว ทำให้บริษัท พีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล จนเกิดปัญหาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันตามกำหนดซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 26 มี.ค. 2558 ให้ยกฟ้องเนื่องจากเห็นว่าการแถลงข่าวของจำเลยเป็นการตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงพัก และให้ความเห็นในทางกฎหมายในฐานะอธิบดีดีเอสไอ ไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้กระทำการทุจริต การแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ของจำเลยเป็นการสรุปความคืบหน้าของคดีตามพยานหลักฐาน ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ และเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ต่อมาวันที่ 3 พ.ค. 2559 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องโดยเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเพียงพอได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ต่อมานายสุเทพ โจทก์ได้ขออนุญาตฎีกา

ศาลฎีกาได้นัดอ่านฎีกาครั้งเเรกในวันที่ 24 ต.ค. 2561 ที่ศาลอาญา ซึ่งในวันดังกล่าวนายธาริตไม่ได้เดินทางมาศาลอาญาเนื่องจากมีการป่วยติดเชื้อในลำไส้ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ พร้อมแสดงใบรับรองแพทย์ต่อศาล ทั้งยังได้มอบหมายทนายยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อประธานศาลฎีกา ขอให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ซึ่งศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเอกสารถ้อยคำที่มีการยื่นเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหลังการพิจารณาของศาลชั้นต้น และศาลชั้นอุทธรณ์ เชื่อว่าศาลฎีกายังไม่ได้พิจารณาเอกสารดังกล่าว

เอกสารทั้ง 3 ชุดที่ยื่นมานั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างโรงพักทั้ง 396 แห่ง ซึ่งเป็นมูลเหตุในการฟ้องหมิ่นประมาทในคดีนี้ จึงเห็นควรมีคำสั่งให้ส่งคำร้องของจำเลย รวมถึงถ้อยคำในเอกสารส่งขึ้นให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป และเมื่อมีคำสั่งส่งคำร้องแล้วก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าจำเลยป่วยจนไม่สามารถเดินทางมาศาลได้หรือไม่ จึงมีคำสั่งให้เลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไป จนศาลฎีกานัดฟังคำสั่งในวันที่ 14 ธ.ค.นี้

โดยก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายธาริต จำเลยในคดีได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ขอถอนคำให้การเดิมและเปลี่ยนคำให้การเป็นรับสารภาพตามฟ้อง พร้อมขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 14 ธันวาคมออกไปก่อน 60 วัน โดยอ้างเหตุว่าได้มีการขอขมาต่อนายสุเทพ ที่มีนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด รับเป็นคนกลางในการเจรจา โดยทำหนังสือแสดงความสำนึกผิดและขอขมาลาโทษ เเละยื่นขอให้การใหม่เป็นให้การรับสารภาพตามฟ้องเพื่อให้สอดคล้องหนังสือสำนึกผิดและขอขมาลาโทษต่อนายสุเทพไปแล้ว พร้อมทั้งส่งบันทึกรับรองข้อเท็จจริงผลการเจรจาประนีประนอมฯ ที่นายคณิตได้รับรองยื่นต่อศาล แต่หากศาลฎีกา ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีก็ขอความกรุณาต่อศาลฎีกาลงโทษสถานเบาโดยรอการลงอาญา ทั้งนี้ต่อมานายธาริตยังได้ส่งทนายความยื่นคำร้องพร้อมวางเงิน 1 เเสนบาทต่อศาล เพื่อเยียวยาบรรเทาผลร้ายต่อโจทก์

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 11 ธ.ค. นายสุเทพโจทก์ยื่นคำร้องมาที่ศาลฎีกา สรุปเนื้อหาตามที่มีข่าวปรากฎตามสื่อสรุปว่าจำเลยในคดีได้ให้ทนายความเเถลงว่ามีการประนีประนอม พร้อมขอขมาลาโทษเเละขอบพระคุณกับโจทก์ที่จะได้เมตตายกโทษในคดีตามที่โจทก์เห็นสมควรให้นั้น ไม่เป็นความจริง โจทก์จึงขอให้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามที่นัดไว้ในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ ตามเดิม

สำหรับการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาวันนี้จะเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 244 ประกอบมาตรา 252 ที่บัญญัติว่า ศาลฎีกาจะอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ศาลฎีกาหรือจะส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านก็ได้ และระเบียบศาลฎีกาว่าด้วยการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกา พ.ศ. 2550 ข้อ3 (3) กำหนดให้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาได้ในคดีที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือเป็นที่สนใจของประชาชนหรือคดีอื่นใดซึ่งประธานศาลฎีกาเห็นสมควรให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ศาลฎีกา

โดยในวันนี้ เวลา 07.30 น. นายธาริตเดินทางมาศาล ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันเเล้วเห็นว่า ต่อมาโจทก์ยื่นฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษากันแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า การให้สัมภาษณ์ของนายธาริต จำเลยเมื่อวันที่ 21 ม.ค.2556 ระบุว่าจากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ นั้นแต่เดิมสตช.เสนอให้การก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง กระจายเปิดประมูลในแต่ละภูมิภาค แต่นายสุเทพกลับสั่งให้รวมสัญญาการประมูลจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียว ทำให้บริษัท พีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล จนเกิดปัญหาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันตามกำหนดเห็นว่าคำให้สัมภาษณ์จำเลยเป็นการใส่ความโจทก์ เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นศาลฎีกาไม่เห็นด้วย พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ส่วนที่จำเลยขอถอนคำให้การเป็นการรับสารภาพ ไม่อาจถอนคำให้การได้ในชั้นฎีกาให้ยกคำร้อง ส่วนที่จำเลยอ้างว่าได้มีการบรรเทาผลร้ายเเละการเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นผลสำเร็จมีการทำตามข้อตกลงสิทธิในการดำเนินคดีอาญาต้องระงับไป ศาลเห็นว่ายังอยู่ระหว่างการเจรจาไกล่เกลี่ย การเเละการเจรจาไกล่เกลี่ยต้องคำนึงถึงคู่ความทั้งสองฝ่าย เมื่อโจทก์ไม่ประนีประนอม ให้จำเลยนำเงินวาง 1 แสนบาทคืนได้

หลังอ่านคำพิพากษาเจ้าหน้าที่ได้นำนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ขึ้นรถตู้ควบคุมไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทันที

ด้านนายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของนายสุเทพ ที่เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา กล่าวว่า นายธาริตแถลงว่าฝ่ายการเมืองแทรกแซงและสั่งการให้มีการเปลี่ยนแปลงจากรายภาครวมเป็นสัญญาเดียว เป็นกรณีหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ช่วงที่นายธาริตดำรงตำเเหน่งอธิบดีดีเอสไอได้แถลงข่าวถึงการลงไปตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งจำนวนหลายครั้ง ซึ่งบางกรณีศาลเห็นว่าไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท เพราะเป็นการเเถลงถึงการดำเนินงาน แต่ที่ศาลลงโทษเป็นกรณีที่นายธาริตแถลงข่าวทำนองว่าฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงให้เปลี่ยนรูปแบบการทำสัญญาจากรายภาครวมเป็นเจ้าเดียว สำหรับคดีหมิ่นประมาทเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงพัก 396 เเห่งยังมีอีก 1 สำนวนอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยเป็นกรณีที่นายธาริตให้สัมภาษณ์ว่านายสุเทพฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขณะที่ความคืบหน้าในการพิจารณาสำนวนการเปลี่ยนสัญญาก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของป.ป.ช.ตนได้เข้าไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติมกับคณะทำงานป.ป.ช.ชุดใหญ่แล้วว่านายสุเทพไม่ได้กระทำผิดมติครม.ขณะนั้น เพราะครม.อนุมัติเพียงหลักการ แต่การจัดซื้อจัดจ้างเป็นเรื่องของหน่วยงาน ซึ่งป.ป.ช.ยังไม่ได้มีการชี้มูลในสำนวนนี้

นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความโจทก์ ยังกล่าวถึงการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างนายสุเทพกับนายธาริตก่อนหน้านี้ว่า ก่อนหน้าที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนี้เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา นายธาริต ได้พยายามติดต่อมาขอไกล่เกลี่ยหลายครั้ง โดยในวันที่ 24 ต.ค. นายธาริตก็อ้างป่วย เเละขอส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ซึ่งศาลอาญาอนุญาตให้ส่งศาลฎีกาพิจารณาเเละให้เลื่อนอ่านคำพิพากษา ระหว่างนี้นายธาริตมีการประสานผ่านผู้ใหญ่เพื่อเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยหลายคน รวมถึงนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด แต่ยืนยันว่านายสุเทพยังไม่ได้ตอบรับการไกล่เกลี่ยและยังไม่ได้เจอตัวกัน เนื่องจากต้องปรึกษากับทีมทนาย ซึ่งในครั้งเเรกทีมทนายมีความเห็นจะเข้าไกล่เกลี่ย ต่อมาทราบว่านายธาริตได้ยื่นร้องเรียนไปยังประธานศาลฎีกา พร้อมแนบหนังสือในประเด็นที่ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ จึงแจ้งเรื่องนี้ให้นายสุเทพทราบ ซึ่งนายสุเทพตัดสินใจปฏิเสธการไกล่เกลี่ย โดยที่นายธาริตมอบหมายให้ทนายแถลงข่าวก็เป็นเรื่องของนายธาริตคนเดียว

 

ที่มา : https://mgronline.com/crime/detail/9610000123970

102 total views, 1 views today


About the Author



Back to Top ↑