ไทยเจน-วาย ดอทคอม

เว็บไซต์ ข่าวสารการบ้านการเมือง เรื่องราวน่าสนใจ
ติดตามอัพเดทได้ที่นี้


กระแสการเมือง

Published on November 3rd, 2018 | by uadmin

ประชาธิปไตยของธนาธร กับคำเตือนนองเลือด

“หนึ่งความคิด”
“สุรวิชช์ วีรวรรณ”

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ไปพูดที่มหาวิทยาลัยมกุฎราชวิทยาลัยว่า

“ไม่ว่าความเป็นไปได้จะไปทางไหน มีโอกาสสูงที่ประเทศจะกลับสู่ความวุ่นวายหลังเลือกตั้ง หากฝ่ายประชาธิปไตยชนะ อาจเกิดรัฐประหารอีก และประชาชนอาจทนไม่ไหว ลงสู่การเมืองบนท้องถนน หรือหาก พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ ต่อผ่านกลไกที่วางไว้ในรัฐธรรมนูญ คนก็อาจลุกฮือ เพราะหมดความอดทนเช่นกัน นำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกและนองเลือดอีกครั้ง กลับสู่วังวนเดียวกับทศวรรษที่ผ่านมา”(ธนาธรชี้หลังเลือกตั้งนองเลือด เว็บไซต์ไทยโพสต์ 27 ต.ค.2561)

โดยสรุปทางออกที่ธนาธรกำลังบอกแก่คนที่เข้ารับฟังมี 2 ทางคือ

หนึ่ง ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยชนะอาจจะเกิดการรัฐประหารอีก ประชาชนจะทนไม่ไหว ลงสู่การเมืองบนนท้องถนน

สอง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ ต่อผ่านกลไกที่วางไว้ในรัฐธรรมนูญ คนก็อาจลุกฮือ เพราะหมดความอดทนเช่นกัน นำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกและนองเลือดอีกครั้ง

ความเห็นของธนาธรก็คือ ไม่ว่าเลือกตั้งจะออกทางไหนก็จะเกิดความวุ่นวายตามมา

ขณะเดียวกันธนาธรบอกว่า ข้อเสนอเดียวที่มีอยู่ในสังคมตอนนี้คือ การที่ฝ่ายประชาธิปไตยต้องได้เสียงรวมกันในสภาเกิน 375 เสียง หรือกึ่งหนึ่งของรัฐสภา เพื่อผลักดันการลงประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ถอนรากถอนโคนการสืบทอดอำนาจรัฐบาล คสช. และลบล้างผลพวงของการรัฐประหาร มีการประชาพิจารณ์และประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

ตกลงธนาธรต้องการอะไรกับคำพูดของตัวเองกันแน่ ผมก็ยอมรับนะครับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. มีความได้เปรียบจากรัฐธรรมนูญที่เขียนให้ส.ว.ที่ตัวเองจะเป็นคนแต่งตั้งสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องการเสียง ส.ส.แค่ 126 เสียงก็ชิงตั้งรัฐบาลได้ก่อน แม้จะเป็นเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนฯหากมีเสียงส.ส.ในมือไม่ถึง 251 คนก็ตาม

ธนาธรรู้นี่ครับว่า ต้องรวบรวมเสียงส.ส.ให้ได้ถึง 375 เสียงจึงจะชิงตั้งรัฐบาลตัดหน้าพล.อ.ประยุทธ์ได้ เท่ากับการยอมรับว่า ตัวเองจะลงแข่งขันในกติกาของรัฐธรรมนูญนี้ แม้ตัวเองจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบก็ตาม แต่กลับบอกว่า ถ้าพ ล.อ.ประยุทธ์ตั้งรัฐบาลด้วยกลไกของรัฐธรรมนูญจะเกิดการนองเลือดตามมา

ถามว่าธนาธรกำลังบอกอะไรกับสังคม หรือจะบอกว่าถ้าพวกคุณเลือกพรรคที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ให้จัดตั้งรัฐบาลได้จะเกิดการนองเลือดเช่นนั้นหรือ

แล้วยังบอกว่า ถ้าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยชนะ จะถูกรัฐประหารอีก ธนาธรเข้าใจอะไรผิดเรื่องประชาธิปไตยหรือเหตุผลของการรัฐประหารตั้งแต่ปี 2549 มาจนถึงปี 2557

เท่าที่ผมเข้าใจการรัฐประหารทั้งสองครั้งนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะพรรคของทักษิณชนะเลือกตั้งและได้เป็นรัฐบาลนะครับ แต่ทั้งสองครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะหลังที่รัฐบาลได้อำนาจมาแล้วกลับใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล ทำให้ประชาชนออกมาชุมนุมขับไล่ ไม่ทราบว่า ธนาธรเข้าใจหรือไม่ว่า การออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่ใช้อำนาจอย่างไม่ชอบธรรมนั้น เป็นสิทธิอย่างหนึ่งของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย แต่ทั้งสองครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนนำมาสู่การรัฐประหารก็คือ ฝ่ายที่ธนาธรหนุนหลังยกย่องว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยนั่นต่างหากที่ใช้ใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลและใช้อาวุธสงครามออกมายิงทำร้ายประชาชนจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จนทหารใช้เป็นเงื่อนไขของการรัฐประหาร

การใช้อาวุธสงครามมายิงฝ่ายที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนั้นเป็นประชาธิปไตยไหม แล้วถ้ารัฐบาลของทักษิณไม่ใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลถามหน่อยว่า มีเหตุผลอะไรที่ประชาชนจะลุกขึ้นมาขับไล่

หรือคำว่า ฝ่ายประชาธิปไตยของธนาธรนั้น ยึดติดกับคำว่า การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจว่า เมื่อได้อำนาจมาแล้วจะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ หรือธนาธรมีความคิดเพียงว่า ทักษิณถูกกลั่นแกล้งใส่ร้ายและไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่คิดว่าทักษิณใช้อำนาจอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ซึ่งจริงๆก็ได้ยินธนาธรพูดถึงทักษิณทำนองนี้นี่แหละ แต่การพูดแค่นี้มันเป็นเพียงวาทกรรมลอยๆ ลองอธิบายแต่ละกรณีที่ทักษิณโดนกล่าวหาให้เป็นรูปธรรมหน่อยสิว่า ทักษิณโดนกล่าวหาใส่ร้ายอย่างไรบ้างอันไหนที่ถูกกล่าวหาไม่ใช่เรื่องจริง

ไม่เช่นนั้นวาทกรรมเรื่องฝ่ายประชาธิปไตยที่ยกชูกันเองนั้นเป็นเพียงลมปากเท่านั้นเอง

ความจริงก็ได้ยินฝ่ายทักษิณและลิ่วล้อเรียกตัวเองว่า ฝ่ายประชาธิปไตยมานานแล้วจนฟังเป็นเรื่องขำๆ แน่นอนมองเผินๆ อาจจะใช่เพราะการที่รัฐบาลมาจากการรัฐประหารได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายที่ไม่เอาทักษิณนั้นมันง่ายมากที่จะไปชี้หน้าฝั่งตรงข้ามกับตัวเองว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนเผด็จการเพื่อยกตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย

แต่โดยเนื้อแท้ของฝั่งที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตยนั้นมีอะไรบ้างที่เป็นประชาธิปไตยนอกเสียจากว่ามาจากการเลือกตั้ง พรรคของทักษิณนั้นให้อิสระแก่สมาชิกพรรคแม้แต่การเลือกหัวหน้าพรรคไหม คำตอบไม่เคยมีโอกาสนั้น แม้กระทั่งทักษิณเป็นสัมปเวสีในต่างแดนจนถึงวันนี้แล้ว จะเอาใครเป็นหัวหน้าพรรคสมาชิกพรรคมีโอกาสเลือกกันบ้างไหม ไม่มีเลยใช่ไหม

แค่เริ่มต้นในพรรคของยังไม่มีประชาธิปไตยแล้วยังหน้าด้านเรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตยหรือ แล้วพวกที่ลงคะแนนเลือกพรรคแบบนี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตยหรือ

จริงๆ แล้วมันน่าจะอายตัวเอง เวลาชูกันว่า พวกกูเป็นฝ่ายประชาธิปไตยนะ ยังไม่ต้องพูดถึงว่า ทักษิณสร้างพรรคของเขามาอย่างไร ดึงตัว ส.ส.มาสังกัดพรรคตัวเองอย่างไร เมื่อมีเสียงข้างมากในสภาแล้วพรรคของทักษิณใช้อำนาจอย่างไร ส.ว.ถูกทักษิณดึงเข้าไปเป็นพวกรับใช้ตัวเองอย่างไร และแทรกแซงองค์กรอิสระในระหว่างมีอำนาจอย่างไร

ไหนลองเสนอหน้ามาอธิบายด้วยทฤษฎีประชาธิปไตยในพรรคและรัฐบาลของทักษิณให้ฟังหน่อยสิครับ

ในระหว่างมีอำนาจทักษิณใช้หลักธรรมาภิบาลอย่างไรในการบริหารบ้านเมือง ให้โอกาสข้าราชการที่มีความสามารถขึ้นสู่ตำแหน่งเท่าเทียมกันไหม หรือต้องเป็นพรรคพวกเครือญาติของตัวเอง ทักษิณมีความโปร่งใสในการแยกแยะการบริหารประเทศออกจากธุรกิจของตัวเองไหม

หรือทั้งหมดนี้ทักษิณถูกใส่ร้ายทั้งนั้น ถ้าเช่นนั้นลองอธิบายความจริงจากฝั่งทักษิณให้ฟังหน่อย

แยกให้ฟังหน่อยสิว่า ประชาชนที่เขาขับไล่รัฐบาลของทักษิณนั้นเขาขับไล่รัฐบาลประชาธิปไตยแล้วสนับสนุนเผด็จการหรือประชาชนเขาขับไล่รัฐบาลที่ฉ้อฉลกันแน่

ถ้าถามว่า เมื่อประชาชนที่ไม่เอาทักษิณสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารแล้วจะไม่เรียกว่าสนับสนุนเผด็จการได้อย่างไร ก็ตอบก่อนว่าถ้าประชาชนเขาเห็นรัฐบาลฉ้อฉลต่อหน้าต้องอดทนยอมรับให้ได้จึงจะถือว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยเช่นนั้นหรือ แล้วถ้าประชาชนทนไม่ได้ออกมาขับไล่แล้วยังถูกฆ่าจะไม่ให้เขาสนับสนุนฝ่ายที่ออกมาล้มรัฐบาลที่ฉ้อฉลหรืออย่างไร

ในคุณค่าของระบอบประชาธิปไตยรัฐบาลทหารผิดพลาดในที่มาของการเข้าสู่อำนาจแน่ครับ แต่ก่อนจะถึงวันนั้นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั่นแหละที่ใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล เปิดทางให้ทหารเข้ามาได้ แล้วการใช้อำนาจอย่าฉ้อฉลอย่างนั้นมันเรียกว่าประชาธิปไตยได้เช่นนั้นหรือ

ความผิดพลาดความไม่ถูกต้องแบบขาวกับดำนั้นอาจจะใช่ แต่มันต้องดูเหตุผลที่แท้จริงด้วยว่า ชนะเลือกตั้งแล้วทำไมประชาชนขับไล่ ประชาชนขับไล่แล้วทำไมทหารต้องออกมา

แน่นอนอาจจะบอกว่า ฝ่ายไม่เอาทักษิณบางคนสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการมีบางคนออกมาเชียร์ว่าไม่ต้องเลือกตั้งให้รัฐบาลนี้อยู่ต่อไปนานๆ ผมว่าทัศนคติเชิงลบต่อระบอบประชาธิปไตยแบบนี้มันมีทั้งสองฝ่ายแหละครับ เหมือนฝ่ายที่บอกว่าทักษิณโกงไม่เป็นไรถ้าประชาชนได้ประโยชน์ด้วยหรือทักษิณช่วยคนจนเอาประชาธิปไตยที่กินได้มาให้ นอกจากเป็นความคิดที่ผิดแล้วยังลืมดูไปว่า เข้ามาไม่กี่ปีทักษิณรวยขึ้นเท่าไหร่แล้วคุ้มไหมก็สิ่งที่ทักษิณหยิบยืนให้

ที่ผ่านมาเมื่อธนาธรเป็นฝ่ายที่สนับสนุนทักษิณมาตลอด และยังมีความคิดที่สื่อออกมาหลายครั้งว่าทักษิณถูกกลั่นแกล้งมันสะท้อนว่า ธนาธรที่วันนี้มาตั้งพรรคการเมืองก็คงคิดไม่แตกต่างกับวิธีการบริหารแบบทักษิณและน่าจะมีศีลเสมอกัน ธนาธรที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตยเหมือนกันก็คงมีความเป็นประชาธิปไตยแบบที่อ้างเช่นเดียวกับพรรคของทักษิณ มันชวนให้คิดเหมือนกันว่า ธนาธรก็เข้าใจว่า ประชาธิปไตยคือมีที่มาจากการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวใช่ไหม

ผมถามว่า กติกาที่เขียนไว้เป็นธรรมไหมมันไม่เป็นธรรมนั่นแหละ เพราะถูกเขียนให้ส.ว.สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ผมเองก็ไม่รับรัฐธรรมนูญด้วยเงื่อนไขของการสืบทอดอำนาจ แต่เมื่อธนาธรเลือกที่จะลงแข่งขันในรัฐธรรมนูญที่ประชาชนลงมติยอมรับ โปรดอย่าใช้ความกลัวมาข่มขู่ประชาชนว่า ถ้าพวกตัวเองชนะจะถูกรัฐประหารอีก เพราะมันเป็นเรื่องไม่จริงถ้าย้อนไปดูเหตุผลการรัฐประหารทั้งสองครั้ง

แล้วยังขู่ว่า ถ้าประชาชนเลือกให้พรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ตั้งรัฐบาลได้ด้วยเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญนี้จะเกิดการนองเลือดขึ้น

ถ้าถามว่า เงื่อนไขแห่งความขัดแย้งยังดำรงอยู่ไหม ผมก็เชื่อว่ายังดำรงอยู่เพราะรัฐบาลนี้ไม่ได้เข้ามาแก้ปัญหาอะไรเลย แต่ถ้าจะนองเลือดไม่ใช่เพราะพล.อ.ประยุทธ์ตั้งรัฐบาลได้ด้วยเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญนี้หรอก เพราะผมคิดว่าถ้าตั้งได้ตามรัฐธรรมนูญก็จบ แต่ถ้าหลังเลือกตั้งแล้วฝั่งพล.อ.ประยุทธ์ตั้งรัฐบาลได้ก็เป็นเพียงรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทน แล้วฝั่งตรงข้ามอย่างเพื่อไทยได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนแต่ไม่สามารถรวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสองสภาได้ นั่นก็อาจจะกลายเป็นชนวนของความขัดแย้งได้

ถามว่า การพูดแบบนี้ธนาธรต้องการอะไร

หากมองสิ่งที่อยู่รอบตัวของธนาธรเป้าหมายอุดมการณ์ความคิดของคนกลุ่มเดียวกับธนาธรของผู้สนับสนุน ข้อเสนอของธนาธรเช่น ให้ถอนทหารออกจาก3จังหวัดภาคใต้ รัฐต้องไม่อุปถัมภ์พุทธศาสนาและศาสนาอื่น การยกเลิกรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ หรือแนวคิดเรื่อง มาตรา 112 รวมถึงการห้ามพระมหากษัตริย์ตรัสต่อสาธารณะของเลขาธิการพรรค ฯลฯ อย่างไหนกันแน่ที่เป็นเงื่อนไขแห่งมิคสัญญีในชาติมากกว่ากัน

มันชวนให้สงสัยว่าประชาธิปไตยของธนาธรคงไม่ได้ต่างกับที่ฝ่ายสนับสนุนทักษิณให้คุณค่าไว้ที่แค่การเลือกตั้งเท่านั้นเอง

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan

ที่มา : https://mgronline.com/daily/detail/9610000109279

41 total views, 1 views today


About the Author



Back to Top ↑