ไทยเจน-วาย ดอทคอม

เว็บไซต์ ข่าวสารการบ้านการเมือง เรื่องราวน่าสนใจ
ติดตามอัพเดทได้ที่นี้


Published on September 15th, 2018 | by uadmin

หนังสั้นกระตุกใจ เด็กไทยสะท้านโลก

 

“มือถือมีประโยชน์ แต่อยากให้ เล่นเป็นเวลาและสนใจคนในครอบครัว” น้องแอลบอก

น้องแอล หรือเด็กหญิงพิริยาภรณ์ งามลาภ อายุ 11 ขวบ นักเรียนชั้น ป.5/8 โรงเรียนอนุบาลสระบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เอ่ยด้วยเสียงใสๆ ท่าทางอายๆ ในห้องรับรองของโรงเรียน เมื่อ “สกู๊ปหน้า 1” เข้าไปพูดคุยเกี่ยวกับรางวัลหนังสั้นระดับโลก ชื่อ ข้อความ (A Message) ที่เธอและทีมงานได้รับมาจากประเทศญี่ปุ่น

ใกล้กัน วรัชญา ผาสุก หรือน้องแสตมป์ นักเรียนห้องเดียวกัน อีกหนึ่งในทีมงานบอกความเป็นมาของการสร้างหนังสั้น “หนูกับน้องๆ ชอบดูยูทูบ เคยช่วยกันทำคลิปลงยูทูบตอนปิดเทอม พอเปิดเทอมมาก็ไม่มีเวลาทำ พอดีเห็นการแข่งขันเลยปรึกษากับคุณครู คุณครูก็แนะนำว่า ให้ลองชวนเพื่อนๆมาทำดู”

แนวคิดของเรื่องน้องแสตมป์บอกว่า “เป็นเรื่องจริงของหนู น้องๆ และเพื่อนๆ เรื่องที่ทำก็เป็นเรื่องจริงของหนูกับน้อง พอดีแม่เป็นครูอยู่ที่โรงเรียน แล้วแม่ก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างให้หนู หนูกับน้องเมื่อมีเรื่องอะไรก็จะเขียนใส่กระดาษเล็กๆวางไว้บนโต๊ะไว้ให้แม่”

ได้เรื่องราวจากชีวิตจริงแล้ว ทีมงานก็ช่วยกันวางแผน “พอได้หัวข้อมาเราก็ช่วยกันทำ ทีมเรามีอยู่ 5 คน ตอนแรกก็หานักแสดง วางแผนการถ่ายทำ แล้วก็มาตัดต่อ ตัวเอกก็ได้น้องแอล เพราะก่อนหน้านั้นเคยแสดงเรื่องกุญแจซอลมาแล้ว”
แม้จะเป็นหนังสั้นๆ ความยาวไม่เกิน 5 นาที แต่เวลาที่ถ่ายทำ แก้ไข ปรับปรุงรวมทั้งหมดน้องแสตมป์บอกว่าประมาณ 1 ปี

สำหรับการประกวดนั้น “เพื่อนแม่แนะนำว่า มีเว็บประกวดผลงานต่างๆ ดูแล้วก็น่าจะทำได้ แม่ก็มาบอกให้พวกเราทำดู เรื่องแรกประกวดเรื่องกุญแจซอล ได้รองชนะเลิศอันดับสอง สำหรับโครงการนี้เจ้าของโครงการให้นักเรียนตั้งทีมขึ้นมา 5 คน มีครูเป็นที่ปรึกษา 1 คน ส่งหนังเข้าประกวด มีทีมส่งไปประมาณ 80 ทีม บริษัทคัดเลือกมา 16 ทีม ให้เราเข้าไปทำเวิร์กช็อป 3 วัน แล้วให้มาปรับปรุงผลงาน หรือไม่ก็ทำเรื่องใหม่เลยก็ได้ แต่ต้องให้เสร็จภายใน 2 เดือน แล้วส่งเข้าไปแข่ง ในประเทศไทยเราชนะเลิศ”

หลังจากนั้น บริษัทพานาโซนิคประเทศไทย ก็นำทีมชนะเลิศไปร่วมแข่งขันเวทีนานาชาติที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระดับประถมที่เข้าแข่งขันมี 13 ทีม ปรากฏว่าเรื่อง ข้อความ (A Message) ได้รับรางวัลการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของเด็กยอดเยี่ยม ด้วยการนำเสนอแนวคิดว่า เทคโนโลยีและการสื่อสารในยุคใหม่สะดวกสบายสามารถติดต่อสื่อสารกันได้รวดเร็วเพียงปลายนิ้ว ช่วยให้คนอยู่ไกลได้ใกล้กันมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับทำให้การสื่อสารด้วยวาจากับคนใกล้ชิดน้อยลงเหมือนอยู่ไกลออกไป

ดารานำในเรื่องน้องแอล บอกว่า แรกๆพอเพื่อนๆบอกให้แสดงก็ไม่คิดว่าจะทำได้ ไม่มีความมั่นใจอะไรเลย แต่เมื่อได้ฝึกฝนและถ่ายทำออกมาก็ดีใจที่ทำได้และประสบความสำเร็จ ต่อไปหากมีเรื่องใหม่ๆก็คิดว่าแสดงได้

สำหรับเนื้อเรื่องที่แสดงเธอบอกว่า “ชีวิตเป็นอย่างนั้นจริงๆ” และบอกว่า “เครื่องมือสื่อสารมันมีประโยชน์ ทำให้เรารู้เรื่องราวต่างๆ ที่ยังไม่รู้ แต่อยากให้เล่นเป็นเวลาและมีเวลาให้กับครอบครัวบ้าง”

ส่วนน้องแสตมป์บอกว่า “เครื่องมือสื่อสารมีประโยชน์ ทำให้เรารู้ข่าวสารต่างๆ สามารถติดต่อกับคนอื่นได้สะดวก ส่วนข้อเสีย บางคน อาจจะเล่นจนลืมเวลา และไม่สนใจคนข้างๆ โทรศัพท์นั้นหนูว่าใช้ได้ แต่อย่าให้เยอะเกินไป”

สำหรับผู้บริหารโรงเรียน ผอ.อิทธิรงค์ ปานะถึก บอกว่า โรงเรียนอนุบาลสระบุรีเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดที่เน้นเรื่องความเป็นเลิศและผลสัมฤทธิ์อยู่แล้ว “การประกวดใดๆที่รัฐและเอกชนจัดเราจะส่งทีมเข้าร่วม อย่างหนังสั้นนี้ พอดีรองธีรนุช ผาสุข ท่านจบมาทางด้านนี้และเคยได้รางวัลมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้บริษัทพานาโซนิคคัดระดับประเทศเด็กเราติดระดับประถมไป ทางโรงเรียนเราส่งเสริมให้กำลังใจ การเดินทางไปแข่งก็ไปส่งถึงสนามบิน ด้านงบประมาณ เราส่งไปแข่งขันระดับประเทศไม่ได้ใช้อะไรมากมาย เรายินดีให้การสนับสนุนเต็มที่ ส่วนต่างประเทศเจ้าภาพเขาดูแล”

การส่งเสริมต่อไป “เรื่องของความเป็นเลิศเราเน้นอยู่แล้ว ทุกอย่างที่มีประกวดแข่งขันเราส่งเสริมเต็มที่อยู่แล้ว ด้านการฝึกฝนเราก็สนับสนุน เบื้องต้นเราสนับสนุนสองส่วนคือ หนึ่ง-ตัวนักเรียน ตัวนักเรียนเองต้องใส่ใจ เสียสละเวลา ทุ่มเทฝึกฝนทำกิจกรรมที่เลือกแล้ว สอง-ผู้ฝึกสอน แนะนำเทคนิคต่างๆ และยังมี สาม-ผู้ปกครอง หลังเราฝึกซ้อมแล้ว ผู้ปกครองต้องช่วยดูว่า กลับไปบ้านแล้วนักเรียนฝึกซ้อมไหม เป็นอย่างไรบ้าง”

สำหรับผู้ฝึกสอน และดูแลโครงการทำหนังสั้น ครูธีรนุช ผาสุข รอง ผอ.บอกว่า โครงการของบริษัทที่จัดประกวดให้โจทย์มาว่า ให้ทำสารคดีหรือภาพยนตร์สั้นก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ใน 3 หัวข้อคือ 1.เรื่องการสื่อสาร 2.เรื่องกีฬา และ 3.เรื่องสิ่งแวดล้อม “เราก็มาปรึกษากันกับเด็กๆ ให้แนวเด็กๆไปว่า ให้มองเรื่องใกล้ตัว ดูปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน อย่างเรื่องการใช้โทรศัพท์เป็นต้น”

ครูธีรนุชบอกว่า แรกๆเด็กบอกว่า เรื่องการพูดคุยกันนั้น เดี๋ยวนี้คนไม่ค่อยพูดกัน คุยแต่โทรศัพท์ “เราก็บอกว่า โทรศัพท์มันมีประโยชน์อย่างไร ให้บอกประโยชน์มา ให้เขาเขียนไว้ว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้าง เขียนมาหลายๆอย่าง หลังจากนั้นให้บอกโทษของมันว่าเป็นอย่างไร เด็กๆ ก็บอกว่าคุยกับแม่ แม่ก็คุยแต่โทรศัพท์ เราก็ให้ดูหลายๆอย่าง แล้วมาประกอบเป็นเรื่อง”

ส่วนในครอบครัว “เราเองก็พบว่าน้องๆมักจะเขียนโน้ตไว้ที่โต๊ะ เราก็มาสะท้อนใจคิดว่า เราเองก็ไม่มีเวลาให้ลูก ต้องเขียนโน้ตมาแปะไว้เรื่อยๆ ก็เลยได้จุดตรงนี้มาว่า เมื่อเด็กต้องการคุยกับแม่ แต่แม่ไม่มีเวลาให้ เด็กต้องใช้วิธีการเขียนโน้ต เรามาขยายให้มันชัดเจนขึ้น ให้มันโดนใจคน ให้คนเห็นแล้ววางมือถือ แล้วมาสนใจคนรอบข้าง”

สำหรับพื้นฐานผู้ฝึกสอนเด็ก ยอมรับว่าเคยเรียนเทคโนโลยีการศึกษามา แต่ออกตัวว่าเรียนมากว่า 20 ปีแล้ว คืนอาจารย์ไปเสียก็มาก เมื่อมาเห็นลูกๆ เด็กๆชอบดูยูทูบกัน จึงแนะช่องทางให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เราบอกว่าเด็กๆทุกคนสามารถเป็นดาราเองได้ แล้วให้ลองทำเล่นๆกันช่วงปิดเทอม “พอเปิดเทอมมีโครงการก็มาทำกัน เราไม่ได้คาดหวังอะไรจริงๆ”
การส่งเสริมฝันของเด็กๆ ครูธีรนุชฝากว่า “เราเป็นครู เมื่อเด็กมาปรึกษาเรื่องอะไรที่เราไม่รู้ ไม่ควรบอกว่าไม่รู้ ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ควรบอกว่าความคิดหนูดีแล้ว เดี๋ยวครูปรึกษาคนรู้เรื่องนี้ดีก่อน แล้วมาทำร่วมกันนะ เราไม่ควรไปปิดจินตนาการ ปิดกั้นความฝันของเด็กๆ เพราะเราสามารถไปแสวงหาความรู้มาเติมเต็ม มาบอกเด็กๆได้”

ประการสำคัญคือ “คุณครูบางคนมักมองนักเรียนว่าเด็กเก่งคือเด็กที่สอบได้คะแนนสูงๆ แล้วมองข้ามเด็กนักเรียนที่มีความสามารถด้านอื่นๆไป อย่างเด็กที่สนใจกีฬา ดนตรี ศิลปะแขนงต่างๆ ดังนั้นอยากให้คุณครูสนใจเด็กพวกนี้ ดึงศักยภาพของเด็กออกมา แล้วพัฒนาศักยภาพตามที่เด็กถนัด”
ถ้าทำอย่างครูธีรนุชบอกได้ จินตนาการอันสวยงามของเด็กก็จะไม่ตาย แต่จะเติบโต และผลิดอกออกผลในอนาคต.

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/1375845

269 total views, 1 views today


About the Author



Back to Top ↑